Archive for the ‘นิทรรศการศิลปะ’ Category
ไดอารี่ภาพของเด็กๆ
“Enikki” เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า สมุดภาพบันทึกประจำวัน(ไดอารี่) ในรูปแบบของภาพและความเรียงสั้น *
โครงการหนึ่งจัดกิจกรรมประกวดภาพวาดบันทึกประจำวัน (Enikki) ของเด็กเอเชียที่มีอายุ 6-12 ปี
ชื่อโครงการว่า “Mitsubishi Asian Children’s Enkiki Festa”
ปีนี้เป็นครั้งที่ 9แล้ว และได้ประกาศผลตัดสินสิ้นสุด ของแต่ละชาติเป็นที่เรียบร้อย
ผลงานEnikkiที่ชนะ 24 ชาติในเอเชีย
…
ไดอารี่ภาพของเด็กๆ Enikki
บันทึกชีวิตประจำวันทั่วๆไป สิ่งที่เห็นรอบตัวเด็ก สิ่งที่เกิดกับเด็ก สิ่งที่เด็กคิด+รู้สึก เรื่องของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ฯลฯ ด้วยสายตาของเด็กผ่านการวาด+เล่าออกมาแบบเด็กๆ ทั้งเด็กในเมือง, เด็กชนบท, เด็กยากจน, เด็กมีเงิน, เด็กสู้ชีวิต, เด็กชิลๆ ฯลฯ จากหลายจังหวัดในประเทศ
ลองดูบันทึกไดอารี่ภาพของเด็กไทยกัน
ด้านล่างนี้คือ ภาพวาดบันทึกประจำวัน (Enikki) ของเด็กไทยที่ส่งเข้าประกวด ครั้งที่9 ในหัวข้อ “นี่แหละจ้า…ชีวิตของฉัน” (Here is my life) บันทึกลงกระดาษอะไรก็ได้ (เห็นบางคนใช้กระดาษซีร้อกซ์ กระดาษสมุดเรียน) ขนาดประมาณA4 จำนวน 5 หน้า นิทรรศการจัดขึ้นที่หอศิลป์กรุงเทพฯ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2553
.

^ จัดแสดงเป็นชุด จากบันทึกคนละ 5 ภาพ

^ รางวัลยอดเยี่ยม ฝีมือดีมาก
^ L รางวัลNFUAJ ไม่ทราบรายละเอียดรางวัล ชอบสไตล์ภาพ เจ๋ง
(คลิ้กภาพเล็ก เพื่อดูภาพใหญ่ได้)
…
จากหลายคน ชอบหลายอัน นี่เพียงบางส่วนจ้ะ
^L “บ้านฉันอยู่ในที่ลุ่ม น้ำท่วมทุกปี ปีนี้ฝน น้ำท่วมเร็วและท่วมนาน พ่อแม่ของฉันต่างมีความทุกข์ เพราะออกไปหากินไม่ได้”
^R “แต่สำหรับหนูกลับดีใจ เพราะถ้าน้ำท่วมหนูและเพื่อนๆจะได้เล่นน้ำ ยิ่งถ้าท่วมนานก็หมายถึงได้เล่นน้ำนานๆ เพื่อนๆของหนูก็คิดอย่างหนูกันทุกคน” //เด็กหญิงวีรวรรณ เอี่ยมนุช อายุ ๙ ปี, โรงเรียนวัดหัวถนน ,จังหวัดนครสวรรค์

^ “หนูเป็นเด็กผู้หญิงตัวผอมมาก หนูไม่ชอบกินข้าว คุณพ่อคุณแม่ต้องบังคับให้กินข้าว หนูไว้ผมยาว ถักเปียสองข้างมีโบว์สีฟ้าสวยงาม หนูชอบใส่เสื้อผ้าสีชมพู และสีฟ้า ดูแล้วสวยงามมากค่ะ” //เด็กหญิงพรรณพัชร คีรีเดช อายุ ๖ ปี, โรงเรียนเผยอิง, จังหวัดกรุงเทพมหานคร

^ “วันนี้อากาศแจ่มใส ฉันก็เลยพาเจ้าเหมียว เจ้าหมาน้อย และเจ้ากระต่ายปุกปุยออกมาวิ่งเล่นที่สนามหญ้าอย่างสนุกสนาน ฉันเห็นดอกไม้ที่ข้างรั้วสีสวยมาก ก็เลยลองวาดภาพดอกไม้กับผีเสื้อจนเสร็จ มันคงจะสวยถูกใจเจ้าแมวเหมียวมาก เพราะมันจะปีนไปเด็ดดอกไม้ในภาพให้ได้ น่าขันจริงๆเลย” //เด็กหญิงสริตา บุนยวิสาข์ อายุ ๘ ปี, โรงเรียนสุพรรณภูมิ, จังหวัดสุพรรณบุรี

^ “วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หน้าที่รองของผมคือต้องไปเลี้ยงควายที่รับจ้างเลี้ยง เพื่อขอแบ่งลูกจากคนที่ว่าจ้าง มีควายที่ผมรักมากที่สุด ชื่อเจ้าน้ำเงิน มันเชื่องมาก เมื่อผมเรียกมัน มันจะขยับตัวเดินมาหาผม เวลาไปเลี้ยงผมจะขี่มันและร้องเพลงให้มันฟังทุกวัน มันจะผงกหัวตามจังหวะเพลง ผมจึงรักมันมากที่สุด” //เด็กชายธีระพุฒินันท์ พลดร อายุ ๑๐ ปี, โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี, จังหวัดสระแก้ว

^ “วันนี้หนูไปเที่ยวที่โลตัสกับพ่อ พี่และน้องอีกคนหนึ่ง พอกำลังจะออกรถ พ่อบอกว่านั่งดีๆ เดียวจะตกพ่อก็ออกรถไปซื้อของใช้ต่างๆแม่บอกให้พ่อซื้อยาสีฟัน” //เด็กหญิงนิรชร ระสกุล อายุ ๑๐ ปี, โรงเรียนคลองลำเจียก, จังหวัดกรุงเทพมหานคร

^ “วันนี้ผมจะขึ้นชกมวยอีกครั้ง ผมอยากชกให้ได้รางวัล พ่อของผมเป็นกำลังใจและเชียร์อยู่ข้างเวที แต่แม่บ่นว่าไม่อยากให้ผมชกมวยเลย เพราะผมยังตัวเล็กอยู่ แม่อยากให้ผมวาดภาพมากกว่า แต่ผมก็ชอบทั้งสองอย่างครับ” //เด็กชายเจษฎากร ป้องคำ อายุ 9 ปี, โรงเรียนอุบลวิทยาคม, จังหวัดอุบลราชธานี
…
…
…

พท.จัดแสดงงานบริเวณเพียง 1วงโค้งของหอศิลป์เท่านั้น แต่ได้มอบความรู้สึกที่อบอุ่น เพลิดเพลิน อิ่มเอม สะท้านใจ…มากมายผ่านภาพและคำบรรยาย , ขอบคุณจ้า
…
*แปลจาก “Enikki is the illustrated diary that portray daily events ant thought in the form of a picture and short essay” ในหน้าเวบโครงการ
นิทรรศการภาพวาดลายเส้น อ.ไพโรจน์
โชคดีที่สุดของทริปกลับบ้านที่ขอนแก่นครั้งล่าสุด ก็คือได้ดู งานนิทรรศการภาพวาดจริงของอ.ไพโรจน์ สโมสร
.
ชื่อทางการคือ “นิทรรศการเชิดชูเกียรติอาจารย์ไพโรจน์ สโมสร”
มีการจัดครั้งแรกที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยได้รับความร่วมมือเดินทางมาจัดขึ้นอีกครั้งที่ จ.ขอนแก่น
.
ประวัติย่อเกี่ยวกับอ.ไพโรจน์ :
…อาจารย์ ไพโรจน์ สโมสร เกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2482 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จบการศึกษาศิลปบัณฑิต (จิตรกรรม) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร จากนั้นจึงเข้าสอนที่โรงเรียนเพาะช่าง ก่อนจะย้ายมาสอนที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมีส่วนร่วมก่อตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กระทั่งเกษียณอายุราชการในปี 2542…
อ่านเต็มๆที่เวบ KKU news
…
เป็นการรวบรวม เสนอภาพวาดจริงทั้งหมด ที่วาดขึ้นจากฝีมือของอ.ไพโรจน์
ภาพลายเส้นพู่กัน หมึก ปากกา บนกระดาษกว่า 100 ชิ้น
ถ่ายทอดภาพทิวทัศน์ในสถานที่ต่างๆ โดดเด่นคือ ทิวทัศน์ของอิสาน ภาพต้นไม้ บ้าน วัด
ภาพขาวดำธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาเลย งานดูสบายใจ มีอารมณ์ภาพ มีพลังเส้น
———–ขอขอบคุณพลังที่ได้ส่งผ่านมาให้คนรุ่นหลัง ———-
เก็บบรรยายกาศบางส่วนมาให้ดูกัน ภาพจริงมีพลังกว่านี้ (ภาพเล็กคลิ้กดูภาพใหญ่ได้)

^ ภาพสิมอีสาน ขนาดของภาพวาดทั้งหมดในงาน ส่วนใหญ่จะราว A3

^ ภาพวาดด้วย พู่กัน+หมึก สวยงามมาก ต้นลีลาวดีซ้อนพรางสิม
^ นิทรรศการมี 2 ชั้น
^ ภาพทิวทัศน์ ของแม่น้ำ บึง แก่ง

^ ต้นไม้ต้นเดียว วาดในหลายมุม


^ มุมแสดงอุปกรณ์: พู่กัน หมึก ปากกา และสมุดสเก็ตท์ของอ.ไพโรจน์

…
ขอคาระวะอ.ด้วยหัวใจน้อยนี้
…
นิทรรศการเชิดชูเกียรติอ.ไพโรจน์ สโมสร จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๙ มกราคม – ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
ณ หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอเชิญชวนนะ
…
la moon gallery@home buyers expo 2009

ลามูนแกลลอรี่ได้ไปจัดแสดงผลงาน
ที่ Home Buyers’ expo 2009 ศูนย์สิริกิติต์ 20-23 สค. 4 วันค่ะ
โซน C2 ห้องB14

ถ้าได้ไปเดินเล่นก็แวะไปดูกันได้นะ
เอนทรี่หน้า (หลังงาน) จะมาเล่าตั้งแต่เข้าจัดงานกัน
งานหนังสือ กระต่ายยิ้ม แตงโมก็ยิ้ม
วันจันทร์ที่ 30 เราแวะไปเพิ่มโปสการ์ด และเดินดูงาน
…
ความพิเศษของงานหนังสือครั้งนี้
คือ มีส่วนจัดนิทรรศการภาพประกอบหนังสือนิทาน จากประเทศเยอรมันนี

.

^ แบ่งเป็นแต่ละเล่ม มีภาพพิมพ์ใส่กรอบ พร้อมหนังสือนิทานเด็กเล่มนั้นๆ วางให้เปิดอ่านข้างๆ
ภาพสวยเพียบ งานวาดปราณีตดีค่ะ

^ เรื่องนี้ตลกดี กระต่ายอยากผิวปากเหมือนตัวตุ่น
อ่านสนุก แต่ตอนจบงง ๆ ประมาณจบแล้วหรอ
“Love Story” art exhibition
เกริ่นมาจาก ข้างล่างนี้
ไม่เคยมา J Gallery …. นี่เป็นครั้งแรก

ป้ายธงทางเข้าด้านหน้า ด้านขวาเป็น sculpture สีสดใสของ P7
space ที่นี่สวยดี (รูปเล็ก คลิ้กที่ไปที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ขึ้น)
…
นิทรรศการศิลปะ Love Story ตั้ม วิศุทธิ์


ไปมาแล้ว ชื่นใจ จมูกชื้นเลย (ไม่ใช่แมว…)
เดี๊ยวจะเขียน เร็วๆนี้
นิทรรศการ 2-16 กพ. ที่ J Gallery
คลิ้กดูรีวิว ที่นี่
ปล่อยแสง คิด ทำ กิน TCDC
งานนิทรรศการ ปล่อยแสง คิด ทำ กิน จัดโดย TCDC
อ่านจากรายละเอียดโครงการปล่อยแสง
เป็นโครงการที่ดีมาก และน่าสนใจ
ช่วยส่งเสริม คนรุ่นใหม่ๆที่ทำงานออกแบบ และผลิตสินค้าด้วยตัวเอง ได้มีเวทีให้ก้าวเดินต่อไป
เป็นแรงผลักดันให้น้องรุ่นใหม่ๆอยากสร้างสรรค์ชิ้นงานของตัวเอง
ได้ประโยชน์หลายทางทั้งแง่คนออกแบบ เศรษฐกิจประเทศในต่อไป และเพื่อสังคมการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ของบ้านเรา
ส่วนตัวด้วย งานนี้เพื่อนคล่องที่เปิดร้านขายของที่ระลึกอยู่ อุบล ก็มาแจมด้วย
จึงน่าไปชมและให้กำลังใจกันมากๆ เราไปก่อนวันสุดท้าย 2 วัน

ในห้องนิทรรศการ มีโครงเหล็ก เรียงตัวกัน แบ่งซอยเป็นช่องๆ ในขนาดประมาณ 1×1 ม. ยกพื้นขึ้น กั้นแต่ละช่องด้วย แผ่นบับเบิ้ล
จำนวน 150 ช่อง เป็นซอยๆ

แต่ละคน/ทีม จะนำเสนอชิ้นงานของตัวเอง ด้วยวิธีอะไรก็ได้ บางคนเอาเก้าอี้มาตั้งในนั้นตัวเดียวก็มี
ด้านหน้าแต่ละคนจะมีกล่องใส่นามบัตร ไว้สำหรับให้คนที่สนใจชิ้นงานได้หยิบไป ติดต่อกันเอง
แต่วันที่เราไป ส่วนใหญ่มีแต่กล่องว่างเปล่า คนคงสนใจเยอะ

ในจำนวนประมาณ 150 ช่อง
ตัวชิ้นงาน แยกคร่าวๆจะเห็นเป็น
ี่1 ผลิตภัณฑ์
ก็มีตั้งแต่ โปสการ์ด หนังสือ ซีดีเพลง กระเป๋า เสื้อ ตุ้มหู แหวน สร้อย พวงกุญแจ โคมไฟ โต๊ะ เก้าอี้ จาน ชาม ฯ
2 บริการ
ออกแบบกราฟฟิค สถาปัตยกรรม ดนตรี
ภาพตย.บางบูธ
ทั้งคู่ เป็นงานผ้า ทำเป็น กระเป๋า
L. เราเพิ่งอ่านเรื่องเขาในแมกกาซีน ทำธุรกิจน่าสนุกดี ตอนนี้งานเสนอเป็นธีมโรงเรียน

L. งานบริการแต่งเพลงให้ตามชื่อคน R. หมึกพิมพ์สกัดจากถั่วเหลือง

L. งานเขียนหนังสือนิยายจีนของรุ่นน้อง R.โปสการ์ดขำๆกวนๆ บูธพี่แก ใช้สังกะสีตีปะ แล้วเจาะรูให้ส่องเข้าไป เหมือนแอบดูคนอาบน้ำ เราว่าคำที่เขียนใว้หน้าห้องน้ำ เอ้ย หน้าบูธ ฮาดี

L-R. บูธร้านระหว่างทาง ของคล่อง เสื้อยืด โปสการ์ด ตุ๊กตา อีหล่า บักหำ น่ารักตามระเบียบ

แหวนหน้าตา กวนดี

เราถ่ายมาไม่เยอะ งานมีทั้งที่เคยเห็นบ่อย ไม่ค่อยเห็น และไม่เคยเห็นเลย คละกัน
ก็มีงานออกแบบดีๆ น่าเป็นกำลังใจพอสมควรล่ะ
โครงการนีเป็นโครงการที่ดีมาก อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น
แต่น่าเสียดาย
ที่มีีงานพวกกลุ่มคนตัวใหญ่ คนมีชื่อเสียง มีเวที หรือเห็นในสื่อบ่อยๆอยู่แล้ว
มาโชว์งานเดิมๆ กินพท. ไม่อายเด็ก
มีคนอธิบายว่า เอาคนดังมาทำให้งานน่าสนใจ คึกคักขึ้น
(ไม่พูดเรื่องความสัมพันธ์ภายในนะ TCDC เป็นของรัฐ ด้วยเงินภาษีประชาชน)
ตัวเล็ก หน้าใหม่ ออกแบบดีๆ ไม่น่าสนใจไง คิดไม่ออก
รอยยิ้มสยาม
เป็นประมวลภาพบรรยากาศงานวันเปิดนิทรรศการ “รอยยิ้มสยาม” ศิลปะlศรัทธาlการเมืองlความรัก
ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ที่นี่เขาห้ามถ่ายรูป (เรามารู้ตอนกลางงานแล้วล่ะ)
วันเปิดงานให้ถ่ายได้เฉพาะ สื่อมวลชน
แต่มีหลายคนไหลถ่ายไปกับเขาด้วย เราก็เป็นหนึ่งในนั้น
(หนูมาจาก moononseptember.wordpress.com

เริ่มด้วย อาหาร ขนม และผลไม้ หลากหลายให้เดินชิม มีซุ้มเบียร์ด้วยนะ…!

โลเล แจกลายเซ็นพร้อมหนังสือ / men in black เดินแจก ลูกโป่ง”ควายหวังหม่ำ” ให้คนทั่วงาน

ชอบชิ้นนี้ ดูสนุกดี เพนท์ติ้งรวมศิลปินไทย ของนาวิน มีเป็นร้อยคนเลย

อ. ศรีวรรณขี่ช้างถือปืนด้วยอะ

โถงตรงกลาง ทางเดินเกลียวหอย มีงานนกพิราบของ อ.กัญญา กับ ผนังตะกร้าสีสด รู้สึกจะเป็น ศิลปินตปท.
โปรยอยู่ตามทาง ช่วยเพิ่มสีสันให้ที่ว่างเกลียวหอย


โซนศรัทธาและการเมือง พี่หมีน่าจะชอบมุมนี้สุด:) เพราะมีทั้งงานของ คามิน และวสันต์ สิทธิเขตต์
ภาพสีเขียวๆของวสันต์ อยู่ในพท.จริง มีพลังดูดดีทีเดียว


น้องมะม่วง ของ ตั้ม วิศุทธิ์ เขียนด้วยดินสอบนผนังหอศิลป์



หลายคนชอบ มายืนยิ้ม ถ่ายรูปคู่กับผนังตะกร้าสีแจ่มนี้

งานอ. มนเฑียร บุญมา กลิ่นสมุนไพรยังหอมอยู่

เห็นงานของอ.ปัญญา ในหอศิลป์กรุงเทพ สองชิ้น
รู้สึก สู้ตอนเจออยู่ หอศิลป์เชียงใหม่ กับ สยามพารากอน ไม่ได้ พลังต่างกันโขเลยอะ
มันเป็นเรื่องของพท. เดี๊ยวจะเอาภาพมาให้ดูเปรียบเทียบ
ครั้งหน้าจะรีวิวเปรียบเทียบกับ งาน passion of thai modern art

ตั้ม มาแอบอยู่มุมนี้ด้วย

แก๊งน้องหมา ได้ดูของจริงสักที อยากเจอตัวจริงมานานแล้ว (แต่พ่อหมาหน้าปกตัวนั้น ไม่ได้มา…เสียดาย 555)

นาระก็มา

อ. ปรีชา ยกแสงเงาให้เห็นกันแบบสามมิติเลย และมีโชว์เพ้นท์สด อารมณ์ผนังในโบสถ์

“ควายหวังหม่ำ” ลอยเกลื่อน
เท่านี้ก่อน………..ต้องบอกว่า งานเยอะมาก นี่แค่บางส่วนเท่านั้น
งานนี้จัดถึง 26 พย. 2551
………………………………………………………………………….
อยากเชิญชวน
สำหรับคนทั่วไป งาน”รอยยิ้มสยาม” รวมชิ้นงานหลากหลายมาก ทั้งในและนอก
ทั้งรุ่นใหญ่-เล็ก แถมได้ไปดูอาคารเปิดใหม่ด้วยในตัว
พูดแบบเชิงปริมาณ ก็คุ้มมากแล้ว
สำหรับคนที่สนใจศิลปะและการเมือง
อย่างน้อยไปเพื่อเป็นกำลังใจกัน หอศิลป์เพื่อประชาชน!
งานเปิดนิทรรศการศิลปะหอศิลป์ที่รัก ช่างไม่ประชาชนกับพวกหนูเลย

เรื่องต่อจากเมื่อวานเย็น ไปหอศิลป์กรุงเทพกัน
ชื่อเต็มๆอย่างเป็นทางการ คือ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (Bangkok Art and Culture Centre)
เราไปถึงประมาณ 6 โมงเย็น แต่เข้าไม่ได้ เพิ่งรู้ตอนนั้นเองว่า งานนี้มีงานพีธีการ เจ้าเสด็จเปิดงาน


…ตกลงกันว่า ไปเดินเล่นใน loft ก่อน ค่อยกลับมาอีกรอบละกัน

ทุ่มนึง เจอฝูงชนอออยู่หน้าอาคาร โดยข้างในมีคนเข้าไปแล้ว เย้….ดีใจ คนอื่นข้างนอก เขาคงรอเพื่อนกันมัง
เราเดินไหลไปกับกลุ่มป้าที่มากัน 2-3คน เข้าไปถึงเคาน์เตอร์ลงทะเบียน จนท. ถามว่ามีบัตรเชิญไหม ตอนนี้เปิดให้เฉพาะผู้มีบัตรเชิญเท่านั้น ประชาชนทั่วไปเปิดให้เข้าทุ่มครึ่ง ตอนนี้ท่านกำลังเปิดชมงาน ต้องให้ท่านเสด็จกลับก่อน


เราเดินออกมายืนแกร่วบน”ลาน+ประชาชน” ได้แต่โทษที่ตัวเองทำการบ้านหาข้อมูลมาไม่ดี คอนกรีตผืนใหญ่สีเทา วันนี้สีหม่นๆ แหงนคอตั้งบ่ากับอาคาร มองเข้าไปรู้สึกตื้นตันเอามากๆ
.

สักพักก็มีรปภ เป่านกหวีด ปรี้ดๆๆๆๆๆๆ โบกมือให้คนที่นั่งยืน ถอยให้ห่างจากอาคาร และเราโดนรปภ.ชี้สั่งห้ามว่า ห้ามถ่ายรูป
เขาไม่ได้สั่งให้พวกเรานั่งมอบคลานลงไป
ให้ยืนอย่างสำรวม เราสองคนทำอย่างคนข้างๆ และพยายามหายใจให้เบาที่สุด
……………………………………………………….
* มีฉากหนึ่งในหนัง runaway jury ที่เราชอบมาก ประทับติดใจ การปะทะกันระหว่างทนาย 2 คน/ขั้ว
ยีน แฮคแมน ทนายเจ้าเล่ห์ ร่ำรวย กับ ดัสติน ฮอฟแมน ทนายจนแต่เปี่ยมคุณธรรม
ก่อนเดินจากกันในห้องน้ำ แฮคแมน เอ่ยปากชมหยันๆ ชุดสูทของฮอฟแมนว่า “สูทของคุณดูประชาชนดีจัง”
สำหรับเราความเป็นประชาชน ในสูทฮอฟแมน ไม่ใช่รูปธรรม สีมอค่อนข้างยับ
แต่คือนามธรรม อย่างความมุ่งมั่นของคนที่พยายามต่อสู้เพื่อประชาชน ผ่านสูทสีมอ
………………………………………………………..
………………………………………………………..

คำถามถึงผู้รับผิดชอบจัดงาน ในประเด็น ความเป็นหอศิลป์เพื่อประชาชน
ครั้งแรกตำหนิตัวเองอย่างมากๆ ที่ไม่ได้หาข้อมูลมาก่อน ว่า วันเปิดงานนิทรรศการนี้จะมีพิธีการอย่างเป็นทางการ
เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องธรรมดา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทั่วๆไป กับงานเปิดนิทรรศการของอาร์ตแกลเลอรี่บางแห่ง ซึ่งจะมีการคัดแยกกลุ่มคนกลุ่มพิเศษให้เข้าชมงานก่อน เช่น เปิดให้กลุ่มนักสะสม(ผู้ซื้องาน) เข้างานก่อนเพื่อเลือกซื้องานแบบไม่กวนกัน จากนั้นค่อยเปิดให้คนทั่วไปเข้าชม
ก็ให้อดสงสัยไม่ได้ว่าคงไม่ได้หมายความว่า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กำลังจะวางตัวปฏิบัติด้วยระบบเดียวกับอาร์ตแกลเลอรี่ข้างต้น ???

ที่นี่ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้าค้างานศิลปะ ไม่ใช่อาร์ตแกลเลอรี่ที่ห่างเหินกับคนที่ไม่ใช่นักสะสม
แต่ที่นี่คือ หอศิลป์เพื่อประชาชน
เป็นไปได้ไหมว่า
ผู้จัดงาน ควรจัดการงานเพื่อประชาชนอย่างจริงจัง ด้วยระบบที่อาจต่างไปจากสถานที่ศิลปะอื่นๆที่เคยมี
ผู้จัดงาน ควรใส่ใจและอบอุ่นกับประชาชนให้มากกว่าที่เคย
อยากจะได้ยินว่า “หอศิลป์แห่งนี้ดูประชาชนจัง” 
.
มะเดี่ยวศรีหลานยายปริก นักวาด_การ์ตูน1-3ช่องจบ สู่PAINTINGบนเฟรมผ้าใบ
ตอนนี้ มะเดี่ยวกำลังมีนิทรรศการศิลปะครั้งที่ 2 ชื่อ “POZ and ME” ที่ Art Republic ชั้น 3 โรงแรมเพนนิซูล่า (เพิ่งเคยไปครั้งแรก เดินที่เพนนิซูล่า รู้สึกเด๋อกว่าที่สีลมแกลเลอรีเยอะเลย:)
15 พย. – 29 ธค. นี้
วันงานเปิดนิทรรศการ 15 พย. 50
กล้องเสีย ใช้กล้องมือถือถ่ายนะ สีดรอปๆหน่อย ต้องขออำภัย
เราไปก่อนงานเริ่ม ภาพถูกปิดไว้ทั้งหมด เหล่าน้องพี่นักดนตรีกำลังซ้อมๆกัน น้องในชุดนศ.เล่นไวโอลิน และเชลโล เล่นเจ๋งดี ตั้งใจกันมากๆ
เริ่มงาน ปิดไฟจุดเทียนรองเท้า (เทียนถอดแบบจากรองเท้าไม้) …น้องเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักเดินขึ้นมาอ่านคำพูดเปิดงานสั้นๆของศิลปิน …ดนตรีเริ่มบรรเลง เราชอบเพลง starry night ยิ่งเพราะมากขึ้นไปอีก เพราะมึนจากเบียร์ภูเก็ตพอดิบพอดี
ช่วงกลางๆมะเดี่ยวมาแจมเล่นกีต้าร์และร้องนำ เพลงเล่นไปประมาณ 6-7 เพลง ก็เริ่มงาน เปิดไฟเปิดผ้า
ผลงานและบรรยากาศในงาน
คำพูดจากศิลปิน ที่น้องเขาอ่านเปิดงาน
ผลงานบางส่วน มี painting และ sculpture
เอ๊าะเจ๊าะ …คนวาดหนูหิ่นอินเตอร์ สำนักขายหัวเราะ ก็มาให้กำลังใจ
รองเท้าเทียน ของขวัญแจกแขกเป็นที่ระลึกกลับบ้าน และคุณพี่รงค์ curator ของงานนี้
ภาพนิทรรศการครั้งแรก “นางฟ้าถอดปีก”























