moon on september

A blog of somebody @ La moon gallery shop

ไดอารี่ภาพของเด็กๆ

with 4 comments

Enikki” เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า สมุดภาพบันทึกประจำวัน(ไดอารี่) ในรูปแบบของภาพและความเรียงสั้น *

โครงการหนึ่งจัดกิจกรรมประกวดภาพวาดบันทึกประจำวัน (Enikki) ของเด็กเอเชียที่มีอายุ 6-12 ปี

ชื่อโครงการว่า “Mitsubishi Asian Children’s Enkiki Festa”

ปีนี้เป็นครั้งที่ 9แล้ว และได้ประกาศผลตัดสินสิ้นสุด ของแต่ละชาติเป็นที่เรียบร้อย

ผลงานEnikkiที่ชนะ 24 ชาติในเอเชีย

ไดอารี่ภาพของเด็กๆ Enikki

บันทึกชีวิตประจำวันทั่วๆไป สิ่งที่เห็นรอบตัวเด็ก สิ่งที่เกิดกับเด็ก สิ่งที่เด็กคิด+รู้สึก เรื่องของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ฯลฯ ด้วยสายตาของเด็กผ่านการวาด+เล่าออกมาแบบเด็กๆ  ทั้งเด็กในเมือง, เด็กชนบท, เด็กยากจน, เด็กมีเงิน, เด็กสู้ชีวิต, เด็กชิลๆ ฯลฯ จากหลายจังหวัดในประเทศ

ลองดูบันทึกไดอารี่ภาพของเด็กไทยกัน

ด้านล่างนี้คือ ภาพวาดบันทึกประจำวัน (Enikki) ของเด็กไทยที่ส่งเข้าประกวด ครั้งที่9 ในหัวข้อ “นี่แหละจ้า…ชีวิตของฉัน” (Here is my life) บันทึกลงกระดาษอะไรก็ได้ (เห็นบางคนใช้กระดาษซีร้อกซ์ กระดาษสมุดเรียน) ขนาดประมาณA4 จำนวน 5 หน้า  นิทรรศการจัดขึ้นที่หอศิลป์กรุงเทพฯ  ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2553

.

^ จัดแสดงเป็นชุด จากบันทึกคนละ 5 ภาพ

^ รางวัลยอดเยี่ยม ฝีมือดีมาก

^ L รางวัลNFUAJ ไม่ทราบรายละเอียดรางวัล ชอบสไตล์ภาพ เจ๋ง
(คลิ้กภาพเล็ก เพื่อดูภาพใหญ่ได้)

จากหลายคน ชอบหลายอัน นี่เพียงบางส่วนจ้ะ🙂

.

^L “บ้านฉันอยู่ในที่ลุ่ม น้ำท่วมทุกปี ปีนี้ฝน น้ำท่วมเร็วและท่วมนาน พ่อแม่ของฉันต่างมีความทุกข์ เพราะออกไปหากินไม่ได้”

^R “แต่สำหรับหนูกลับดีใจ เพราะถ้าน้ำท่วมหนูและเพื่อนๆจะได้เล่นน้ำ ยิ่งถ้าท่วมนานก็หมายถึงได้เล่นน้ำนานๆ เพื่อนๆของหนูก็คิดอย่างหนูกันทุกคน”   //เด็กหญิงวีรวรรณ เอี่ยมนุช อายุ ๙ ปี,  โรงเรียนวัดหัวถนน ,จังหวัดนครสวรรค์

^ “หนูเป็นเด็กผู้หญิงตัวผอมมาก หนูไม่ชอบกินข้าว คุณพ่อคุณแม่ต้องบังคับให้กินข้าว หนูไว้ผมยาว ถักเปียสองข้างมีโบว์สีฟ้าสวยงาม หนูชอบใส่เสื้อผ้าสีชมพู และสีฟ้า ดูแล้วสวยงามมากค่ะ”  //เด็กหญิงพรรณพัชร คีรีเดช อายุ ๖ ปี, โรงเรียนเผยอิง, จังหวัดกรุงเทพมหานคร

^ “วันนี้อากาศแจ่มใส ฉันก็เลยพาเจ้าเหมียว เจ้าหมาน้อย และเจ้ากระต่ายปุกปุยออกมาวิ่งเล่นที่สนามหญ้าอย่างสนุกสนาน ฉันเห็นดอกไม้ที่ข้างรั้วสีสวยมาก ก็เลยลองวาดภาพดอกไม้กับผีเสื้อจนเสร็จ มันคงจะสวยถูกใจเจ้าแมวเหมียวมาก เพราะมันจะปีนไปเด็ดดอกไม้ในภาพให้ได้ น่าขันจริงๆเลย”   //เด็กหญิงสริตา บุนยวิสาข์ อายุ ๘ ปี, โรงเรียนสุพรรณภูมิ, จังหวัดสุพรรณบุรี

^ “วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หน้าที่รองของผมคือต้องไปเลี้ยงควายที่รับจ้างเลี้ยง เพื่อขอแบ่งลูกจากคนที่ว่าจ้าง มีควายที่ผมรักมากที่สุด ชื่อเจ้าน้ำเงิน มันเชื่องมาก เมื่อผมเรียกมัน มันจะขยับตัวเดินมาหาผม เวลาไปเลี้ยงผมจะขี่มันและร้องเพลงให้มันฟังทุกวัน มันจะผงกหัวตามจังหวะเพลง ผมจึงรักมันมากที่สุด”   //เด็กชายธีระพุฒินันท์ พลดร อายุ ๑๐ ปี, โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี, จังหวัดสระแก้ว


^ “วันนี้หนูไปเที่ยวที่โลตัสกับพ่อ พี่และน้องอีกคนหนึ่ง พอกำลังจะออกรถ พ่อบอกว่านั่งดีๆ เดียวจะตกพ่อก็ออกรถไปซื้อของใช้ต่างๆแม่บอกให้พ่อซื้อยาสีฟัน”  //เด็กหญิงนิรชร ระสกุล อายุ ๑๐ ปี, โรงเรียนคลองลำเจียก, จังหวัดกรุงเทพมหานคร


^ “วันนี้ผมจะขึ้นชกมวยอีกครั้ง ผมอยากชกให้ได้รางวัล พ่อของผมเป็นกำลังใจและเชียร์อยู่ข้างเวที แต่แม่บ่นว่าไม่อยากให้ผมชกมวยเลย เพราะผมยังตัวเล็กอยู่ แม่อยากให้ผมวาดภาพมากกว่า แต่ผมก็ชอบทั้งสองอย่างครับ”   //เด็กชายเจษฎากร ป้องคำ อายุ 9 ปี, โรงเรียนอุบลวิทยาคม, จังหวัดอุบลราชธานี


พท.จัดแสดงงานบริเวณเพียง 1วงโค้งของหอศิลป์เท่านั้น แต่ได้มอบความรู้สึกที่อบอุ่น เพลิดเพลิน อิ่มเอม สะท้านใจ…มากมายผ่านภาพและคำบรรยาย  , ขอบคุณจ้า

*แปลจาก “Enikki is the illustrated diary that portray daily events ant thought in the form of a picture and short essay”  ในหน้าเวบโครงการ

Written by เดือนฟ้า

มิถุนายน 16, 2010 ที่ 4:26 pm

4 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. ตอนอายุ 9 ขวบ ได้ส่งรูปภาพประกวดกับธนาคารกรุงเทพที่ขอนแก่น น้องสาวก็วาดเหมือนกัน เราวาดเป็นรูปแม่หมากำลังนอนให้นมลูกหมาสี่ตัวอยู่กลางสนามหญ้าสีเขียว(แรงบันดาลใจฉากมาจากสนามหญ้าที่บ้านเก่าหลังที่อยู่หน้าโรงเรียน) เราวาดได้สวยมากเลยนะ เวลาผ่านไป ผลการประกวดออกมา ตอนนั้นอาจารย์นิพนธ์เป็นกรรมการตัดสินด้วย น้องสาวเราได้รางวัลยอดเยี่ยมนะ แต่มันวาดเจ๋งมากในช่วงวัยของมันน่ะ ส่วนเราไม่ได้รางวัลอะไรเลย แต่เราไม่เสียใจนะ ดีใจที่น้องได้ ส่วนตัวก็วาดส่งไปเฉยๆเพราะไม่มีอะไรทำ แต่อาจารย์นิพนธ์บอกพ่อเราว่า แต่อาจารย์ไม่เห็นภาพของเรานะ น่าแปลก เพราะแกเป็นกรรมการต้องได้เห็นภาพทุกภาพ แต่ทุกคนก็ไม่คิดติดใจอะไร รวมทั้งเราด้วย จนเวลาผ่านไปสี่ห้าเดือน วันหนึ่งเราอยู่ที่โรงเรียน

    อ้อ

    มิถุนายน 18, 2010 at 1:30 pm

  2. ก็เดินไปทิ้งขยะที่ถังขยะใหญ่ของโรงเรียน ตอนนั้นห้องพักครูฝ่ายศิลปะกำลังทำความสะอาดครั้งใหญ่อยู่ สิ่งที่เราเห็นในถังขยะก็คือ ภาพวาดแม่หมากับลูกหมาสี่ตัวของเรา ที่อาจารย์นิพนธ์บอกว่าไม่เห็นมีนั่นเอง จำได้ว่าตอนนั้นเราน้ำตาไหลเลย ไม่ได้เสียใจที่ไม่ได้รับรางวัลนะ แต่เสียใจที่เขาเอาแม่หมากับลูกหมาของเรามาทิ้งแบบนี้ เรื่องของเรื่องคือ ในการประกวดครั้งนั้น เด็กต้องส่งเข้าประกวดผ่านโรงเรียน ต้องให้ครูของโรงเรียนเป็นผู้นำภาพเข้าประกวด ตอนที่เรากับน้องวาดเสร็จ เรากับน้องก็เอามาให้ครู แล้วครูก็จะเอาไปส่งต่ออีกที ถึงตอนนั้นเราจะอายุแค่ 9 ขวบ แต่เราก็คิดได้เลยว่าครูลืมส่งรูปของเรา แต่ที่เราร้องไห้เพราะเราสงสารแม่หมากับลูกหมาสี่ตัวของเราที่ไม่มีใครรักมัน แล้วยังถูกเอามาทิ้งที่ขยะอีก เราเสียใจมาก แต่ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครเลย ไม่ไปต่อว่าครู ไม่บอกแม่กับพ่อ ไม่เล่าให้น้องฟัง ไม่บอกอาจารย์นิพนธ์ ปล่อยให้มันเป็นความลับกับตัวเรา จนเอามาโพสต์ในนี้ ขอโทษเพื่อนด้วยที่มาโพสต์ระบายอดีตของตัวเอง ฮ่าๆๆ แต่เราว่าผู้ใหญ่ทำอะไรต้องคิดถึงจิตใจเด็กเยอะๆ เด็กๆเขาเข้าใจนะ บ้านเมืองเราไม่ค่อยใส่ใจเด็กๆ
    หวังว่าแกสบายดีนะ
    คิดถึง

    อ้อ

    มิถุนายน 18, 2010 at 1:41 pm

  3. โห…อ่านเพลินเลย
    เก็บความเสียใจไว้คนเดียว เท่ห์ดีนะ
    เป็นเราโวยวายอย่างแน่นอน อย่างน้อยต้องบ่นกระปอดกระแปดให้ที่แมวฟัง

    เดือนฟ้า

    มิถุนายน 18, 2010 at 6:22 pm

  4. เออ หลังๆมานึกถึงตอนตัวเองเป็นเด็กนะ ไม่ค่อยบ่นกับอะไรเลยว่ะ แต่โตขึ้น บ่นชิปเลย ฮ่า

    อ้อ

    มิถุนายน 19, 2010 at 1:07 pm


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: